“คลาวด์คอมพิวติ้ง” (Cloud Computing) กับแวดวงไอทีในระยะช่วงปีนี้มีแนวโน้มค่อนข้างมาแรงมากพอสมควร หลายคนมองว่าคลาวด์จะเติบโตควบคู่กับโฆษณาออนไลน์ คาดปี 2011 งบประมาณของบริการคลาวด์ทั่วโลกสูงถึง 95 พันล้านเหรียญสหรัฐ
จากการรายงานของไอดีซีระบุว่า ภายในปี 2012 งบประมาณฝั่งลูกค้าของการใช้บริการคลาวด์จะเติบโตถึง 3 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 42 พันล้าน เหรียญสหรัฐ หรือ 9% ของงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ปัจจุบันนี้ บริษัทที่ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในไต้หวันเกือบ 35 เปอร์เซ็นกำลังใช้บริการ Cloud Computing โดย MIC (Market Intelligence & Consulting Institute) ทำการสำรวจเหตุผลของการใช้บริการ Cloud Computing แล้วพบว่า ส่วนใหญ่แล้วธุรกิจ SME ใช้ Cloud Computing เพราะว่ามีความยืดหยุ่นต่อการติดตั้งและการดำเนินงานของระบบสารสนเทศ อีกทั้งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ
จากการรายงานตลาดอุตสาหกรรม ICT ประเทศไทยประจำปี 2552 และประมาณการปี 2553 (ICT Market & Outlook 2009) แนวโน้ม เทคโนโลยี ปี 2553 คลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่ สนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์ในรูปของการบริการ โดยคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าการใช้ซอร์ฟแวร์มีแนวโน้มลดลง และจะไปขยายตัวในกลุ่มของการบริการด้านคอมพิวเตอร์แทน คลาวด์จึง เป็นอีกทางเลือกของการวางระบบใหม่ในองค์กร เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ซิสโก้ ทำสตอเรจ เวอร์ช่วลไลเซชั่น ลดรายจ่าย
บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ อิ้งค์ จากเดิมใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูล (สตอเรจ) ภายในบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตประมาณ 50% ทุกปี เมื่อมีการทำ “สตอเรจ เวอร์ชวลไลเซชั่น” (Storage virtualization) ทำให้ลดรายจ่ายในการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูล ได้มาก จาก 21 เซ็นต์ ต่อ 1 เมกะไบต์ เหลือเพียง 1 เซ็นต์ต่อ 1 เมกะไบต์ ในเวลา 6 ปี อัตราการใช้งาน (Utilize Rate) เพิ่มจาก 20% เป็น 68% ทำให้ประหยัดรายจ่ายได้ 71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเวลา 4 ปี ส่วนการนำ Cloud Computing มาใช้สามารถประหยัดเม็ดเงินได้ 19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และลดเวลาในการนำแอพพลิเคชั่นใหม่มาใช้จากเดิมใช้เวลา 8-10 สัปดาห์ ปัจจุบันใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน
ดร.ธัชพล โปษยานนท์” กรรมการผู้จัดการบริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง แนวโน้มคลาวด์ ในเวทีสัมมนา การพัฒนาธุรกิจบน “คลาวด์ คอมพิวติ้ง” กับ “เทคโนโลยี 3G” ที่จัดขึ้นโดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่า จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 3G เมื่อ 2 ปีก่อน ไมโครซอฟท์ประเมินว่า คลาวด์จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในไทยได้ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่าเครือข่าย 3G ที่คาดมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 1.7 แสนล้าน
“กูเกิล” จับตลาดต้นปีด้วย “คลาวด์สตอเรจ”
ที่ผ่านมา กูเกิล เกิดธุรกิจ “คลาวด์ สตอเรจ” ขึ้นมาอีกเจ้า โดยผ่านเว็บ แอพพลิเคชั่น “กู เกิลดอคส์” ที่ให้บริการอยู่ ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นตัวนี้จะสามารถอัพโหลดไฟล์ทุกชนิดขึ้นไปเก็บไว้ที่คลาวด์ สตอเรจได้ ในเบื้องต้นจะให้พื้นที่ฟรีไม่เกิน 1 GB ด้วย ฐานของผู้ ใช้งานกูเกิลดอคส์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้อยู่ในกลุ่มคนที่ทำงานแบบไม่ติดสถานที่ และการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ยิ่งสนับสนุนการให้บริการคลาวด์สตอเรจของกูเกิล กูเกิลดอคส์ให้พื้นที่ฟรี 1 GB นอกเหนือไปจากงานเอกสารทั่วไป ในปัจจุบันถือว่าไม่มากนัก ผู้ที่ต้องการพื้นที่เพิ่ม มากกว่า 1 GB สามารถสมัครใช้งานแบบเสียเงินได้โดย กูเกิลคิดส่วนที่เกิน 25 เซนต์ต่อ 1 GB ต่อ ปี ส่วนผู้ที่ใช้บริการ กูเกิล แอพส์ พรีเมียร์ ชุดแอพพลิเคชั่นที่ใช้กันอยู่ในองค์กรธุรกิจเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีและ เสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน สามารถซื้อพื้นที่เพิ่มเติมได้ในราคา 3.5 เหรียญสหรัฐต่อ GB ต่อปี
เดลล์ ผนวกกับการให้บริการที่ปรึกษา
บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์แอพพลิเคชั่นซอฟต์แวร์รูปแบบการบริการ (SaaS) ใน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สำหรับกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ องค์กรขนาดกลางและเล็ก กลุ่มสาธารณะ และกลุ่มช่องทางจัดจำหน่าย โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังเพิ่มบริการไอทีคลาวด์คอมพิวติ้งเข้ากับการให้ บริการที่ปรึกษา การสนับสนุน และความสามารถในบริการการจัดการ ภายใต้หน่วยงาน เดลล์ เซอร์วิส (Dell Service) ซึ่ง เป็นผลพวงจากการเข้าซื้อกิจการ แพร็อต ซิสเต็มส์ ส่งผลให้เดลล์ เซอร์วิส เป็นหน่วยงานการบริการเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและบริการธุรกิจกว่า 42,000 คน โดยหน่วยงานดังกล่าวสามารถสร้างรายได้กว่า 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากธุรกิจบริการและฮาร์ดแวร์ในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์แอพพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ของเดลล์ เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.การ จัดการอุปกรณ์เครื่องลูกข่าย ทั้งเครื่องลูกข่ายพีซีที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและไม่มีหมายเลขวีพีเอ็น โดยแอพพลิเคชั่นการจัดการอุปกรณ์เครื่องลูกข่ายและการบริการ ประกอบด้วย การจัดการอุปกรณ์ที่อยู่ในแหล่งต่างๆ การจัดการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การจัดการแพทช์ การกระจายซอฟต์แวร์ไปสู่แหล่งต่างๆ การจัดการแอนตี้-มัลแวร์ และไวรัส การเข้ารหัสข้อมูลแล็บท็อป การสำรองและกู้คืนผ่านออนไลน์ คลังซอฟต์แวร์ และการจัดการการใช้งาน 2.การ มอนิเตอร์โครงสร้างพื้นฐานจากระยะไกล เพื่อลูกค้าที่ต้องการจัดการกับระบบไอทีที่กระจายอยู่ในที่ต่างๆ รวมถึง การติดตามอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มาจากหลากหลายเวนเดอร์ การมอนิเตอร์ความผิดพลาด การมอนิเตอร์ประสิทธิภาพ และการดูแลรักษาระบบจากระยะไกล และ 3.การจัดการ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและสอดรับกับนโยบาย ครอบคลุมการใช้งานอีเมล์อย่างต่อเนื่อง การเก็บรักษาอีเมล์ ระบบรักษาความปลอดภัยบนอีเมล์ การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน และการประสานงานในเรื่องปลีกย่อย
“เน็ตแอพ” ดันส่วนแบ่ง 1 ใน 3 “คลาวด์ เซอร์วิส”
บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) มองภาพตลาดเทคโนโลยีคลาวด์ ภายในปี 2555 เซอร์วิสทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท สำหรับ ในไทยก็คงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการทำระบบคลาวด์ เซอร์วิส แบบ “ไพรเวท คลาวด์” หรือพัฒนาระบบใช้เฉพาะภายในองค์กร ที่คาดว่าได้รับความนิยมสูงกว่า การทำระบบแบบ “พับ ลิค คลาวด์” หรือพัฒนาระบบแบ่งปันใช้ทรัพยากรเพื่อให้บริการกับองค์กรภายนอก เนื่องจากองค์กรในไทยส่วนใหญ่ยังไม่ยินดีที่จะฝากแอพพลิเคชั่น หรือข้อมูลสำคัญให้องค์กรภายนอกเป็นผู้ดูแล
วีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “องค์กร ในไทยนิยมทำไพรเวทคลาวด์ใช้เอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นองค์กรสเกลใหญ่ มีแอพพลิเคชั่นซับซ้อนก็จะนิยมตั้งไอทีขึ้นมาแชร์ทรัพยากร และนั่นคือแนวคิดแบบคลาวด์ หรือการทำให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีอยู่สามารถถูกดึงมาใช้ให้ได้ ประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มใหม่ แนวโน้มการเติบโตของแนวคิดการบริหารระบบไอทีแบบ “คลาวด์ เซอร์วิส” เน้นการแชร์ใช้ทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐานของไอทีให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยลดการลงทุนใหม่ได้มาก”
ล่าสุดบริษัทฯ ได้พัฒนาสตอเรจเวอร์ชั่นใหม่ “ดาต้า ออนแทป8” พร้อม เทคโนโลยีและโซลูชั่นที่รองรับการพัฒนาระบบคลาวด์ในองค์กร ปีนี้มีลูกค้าที่เริ่มพัฒนาระบบคลาวด์ ทั้งแบบไพรเวท คลาวด์ และพับบลิค คลาวด์ รายใหญ่แล้ว 2 ราย และกำลังนำเสนอโซลูชั่นให้อีกหลายองค์กร โดยคาดว่าบริษัทจะมีส่วนแบ่งตลาดติด 1 ใน 3 ภายในสิ้นปีนี้
ออราเคิล เสนอกลยุทธ์ผ่าน SaaS บุกตลาดไทย
ออ ราเคิล นำเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นบริการสำหรับองค์กร ซึ่งต้องมีความคล่องตัวสูงสุดและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เทคโนโลยีของออราเคิลช่วยให้ลูกค้าสร้างระบบคลาวด์ส่วนตัว รวมทั้งรันแอพพลิเคชั่นของออราเคิลในระบบคลาวด์สาธารณะ นอกจากนี้ยังนำเสนอแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในรูปแบบของบริการ SaaS และจัดหาเทคโนโลยีของออราเคิลเพื่อรองรับผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นๆ
ปัจจุบัน ออราเคิลนำเสนอแอพพลิเคชั่น SaaS สามอย่าง ได้แก่ Oracle CRM On Demand ระบบ CRM แบบสมัครสมาชิก ใช้งานง่าย รองรับงานขาย บริการ การตลาด และศูนย์บริการ Oracle Beehive On Demand: บริการแบบครบวงจรสำหรับการประสานงานร่วม กัน เช่น การประชุมผ่านเว็บ, การรับส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที (Instant Messaging), อีเมล, ปฏิทิน และพื้นที่ทำงานสำหรับทีมงาน
ส่วนหนึ่งของบริการ Oracle On Demand เป็นแอพพลิเคชั่นระดับองค์กรที่สร้างขึ้นบนแพลทฟอร์มออราเคิลสำหรับ SaaS
ซีเอส ล็อกซฯ ใช้กับบริการจัดการและดูแลระบบ
สำหรับ ไตรมาสที่ 4/2552 ซีเอส ล็อกซอินโฟ มีรายได้ในงบการเงินรวมเท่ากับ 667 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่มีจำนวน 651 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในงบการเงินรวมเท่ากับ 71 ล้านบาท (ไตรมาส 3/2552 เท่ากับ 79 ล้านบาท) โดยกำไรดังกล่าวมาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต 19 ล้านบาท ธุรกิจโฆษณาสมุดหน้าเหลือง 23 ล้านบาท ธุรกิจการให้บริการข้อมูลด้วยเสียงทางโทรศัพท์และการบริการเสริมบนโทรศัพท์ เคลื่อนที่ 27 ล้านบาทและธุรกิจสื่อโฆษณาย่อย 2 ล้านบาท
สำหรับทิศทางธุรกิจอินเทอร์เน็ตของ ซีเอส ล็อกซอินโฟ ใน ปี 2553 นั้น บริษัทยังคงมุ่งเน้นการให้บริการไปที่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพโดยการร่วมมือกับ พันธมิตรในการลงทุนโครงข่ายทั้งในและต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนเองเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและเพื่อให้สอดคล้องกับการ เติบโตของรายได้ และพัฒนาสินค้าบริการที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัย และตรงกับความต้องการของลูกค้า จากการเชื่อมต่อปกติไปสู่การบริหารจัดการโครงข่าย (Managed Service) และการบริหารจัดการและดูแลระบบคอมพิวเตอร์ (Managed IDC and Cloud Computing)
อย่างไรก็ตาม บริการคลาวด์อาจยังคงอยู่ในความสนใจของผู้ให้บริการธุรกิจด้านไอทีและโซลู ชั่นและผู้ใช้ที่จะต้องนำคลาวด์ไปใช้งาน ทางเลือกอื่นที่เหมาะสมสำหรับภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ยัง มีอีก ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับองค์กรขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี คลาวด์ใช้ทรัพยากรร่วมกันทำให้เกิดความคล่องตัวเพิ่มขึ้นในการทำงาน แต่ อีกด้านหนึ่งของคลาวด์ที่เป็นปัญหา คือ ความปลอดภัยเพราะไม่มีความชัดเจนของสถานที่จัดเก็บข้อมูล และประสิทธิภาพการที่ข้อมูลนั้นสูญหายได้ ตลอดจนจุดอ่อนที่ต้องใช้งานข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต อาจทำให้เกิดความล่าช้าและหากเกิดระบบล่มที่มา Telecomjournal.net
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น