สถาปัตยกรรม Cloud Computing Cloud computing เป็นรูปแบบของคอมพิวเตอร์แบบ Dynamic และ ทรัพยากรแบบ Virtualization ที่ให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ไม่ต้องมีความรู้ ประสบการณ์ หรือการควบคุม โครงสร้างเทคโนโลยีในแบบ Cloud เป็นคอนเซ็ปต์การรวบรวม infrastructure as a service (IaaS), platform as a service (PaaS) และ software as a service (SaaS) ทิศทางของเทคโนโลยีจะมีรูปแบบเป็น theme บน อินเทอร์เน็ต บริการ Cloud computing จะใช้งานกับแอพพลิเคชั่ นทางด้านธุรกิจออนไลน์โดยจะใช้งานผ่านทางเว็บเบราเซอร์ โดยจะนำเอาซอฟต์แวร์และข้อมูลเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์
Software as a Service (SaaS) เป็นรูปแบบการให้บริการซอฟต์แวร์ หรือ Application บนเครือข่าย อินเตอร์เน็ต ทำให้ลูกค้าที่ออนไลน์บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตใช้บริการซอฟต์แวร์เหล่านี้ ได้โดยไม่จำเป็นต้อง ติดตั้งซอฟต์แวร์ไว้ที่หน่วยงานหรือคอมพิวเตอร์ของลูกค้า อย่างเช่น Salesforce.com, Google Apps ที่เสนอการให้บริการธุรกิจ อย่าง e-mail
Platform as a Service (PaaS) ระดับ Abstraction ซึ่งสูงขึ้น บริการเช่น Google App Engine ที่จัด programming environment ให้โดยซ่อนรายละเอียดของ instances machine และ รายละเอียดทางเทคนิคจาก developer โดยโปรแกรมจะรันบน data center โดยที่ developer ไม่ต้องสนใจเกี่ยวกับการ allocate พื้นที่ แต่สิ่งที่ต้องแลกคือ developer จะต้องยอมรับ เงื่อนไขของ environment ตัวอย่างเช่นการใช้ key-value stores แทนการใช้ฐานข้อมูล
Infrastructure as a Service (IaaS) เป็น ระดับล่างสุดของ Cloud Computing ผู้ให้บริการ ด้าน Storage , network ตัวอย่างเช่น Amazon Web Service S3 และ EC2 ให้บริการเครื่อง instances สำหรับ developer โดย instances จริงๆแล้วมีพฤติกรรมเหมือน dedicated server ถูกควบคุมโดย developer ซึ่งรับผิดชอบในการทำงาน ของมัน ดังนั้นเมื่อเครื่องทำงานถึงประสิทธิภาพที่จำกัดไว้ developer จะต้องจัดการกับแบ่งแอพพลิเคชั่นออกไปทำงานบนอีก instance ด้วย ตนเอง บริการนี้มีวัตถุประสงค์สำหรับนักพัฒนาผู้ที่สามารถเขียนซอฟต์แวร์โดยมีวิธี ในการพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นได้เพียงเล็กน้อย
ประเภทของ Cloud Computing
Public cloud เป็น Cloud computing แบบที่ใช้ ทรัพยากรที่ได้เตรียมเอาไว้ให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต เว็บแอพพลิเคชั่น หรือเว็บเซอร์วิส ซึ่งให้บริการการแชร์ทรัพยากรและยูทีลิตี้ขั้นพื้นฐาน ตัวอย่าง Amazon Web Service แต่ก็มีข้อจำกัดในด้าน SLA และในบริษัทขนาดใหญ่ต่างมี Data center เป็นของตนเอง แล้วพวกเข้ายังไม่ต้องการที่จะย้ายไปใช้ Public cloud ในเวลา อันสั้น
Private cloud เป็นการจำลอง Cloud computing ขึ้นมา เพื่อใช้งานบนเน็ตเวิร์กส่วนตัวสำหรับบริษัทระดับ Enterprises และ Cooperates ขนาดใหญ่ โดยมีประโยชน์ทำให้เกิด Data center รวมกันเป็นแหล่งเดียว (consolidation) และเกิด ความยืดหยุ่นในเรื่อง Cycle times และ internal Quality of Services
Hybrid cloud คือ Private Cloud ที่ต่ออยู่กับ Public Cloud โดยการจัดการเมื่อเกิด Overflow และ Peak adaptation นั้นกระทำผ่าน Public Cloud
คอมโพเนนต์ของเทคโนโลยี
1. Client Cloud ไคล เอนต์ของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ relies บน Cloud computing สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ส่งให้ หรือกำหนดการออกแบบสำหรับการรับบริการ Cloud ตัวอย่างได้แก่ มือถือ เช่น Android, iPhone Windows Mobile, Thin client เช่น CheeryPal, Zonbu, ระบบ gOS, Thick client หรือ Web browser เช่น Microsoft Internet Explorer, Google Chrome, Mozilla Firefox
2. Service Cloud ประกอบ ด้วย ผลิตภัณฑ์, บริการและโซลูชั่นที่ส่งและใช้งานในแบบเรียล ไทม์โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น Web Service ที่ ออกแบบมาเพื่อให้สนับสนุนการทำงานโต้ตอระหว่างเครื่องกับเครื่องผ่าน network ตัวอย่างของบริการเช่น Identity (OAuth, OpenID), Integration (Amazon Simple Queue Service), Payments (Amazon Flexible Payments Service, Google Checkout, Paypal), Mapping (Google Maps, Yahoo! Maps), Search (Alexa, Google Custom Search, Yahoo! BOSS), Others (Amazon Mechanical Turk)
3. Application Cloud computing จะ มีสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ ไม่ต้องการติดตั้งและรันแอพพลิเคชั่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้า เพื่อแบ่งเบาการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ การจัดการ และฝ่ายสนับสนุน ตัวอย่างเช่น Peer-to-peer และ volunteer computing (เช่น โปรแกรม Bittorrent, BOINC Projects, Skype), เว็บแอพพลิเคชั่น (เช่น Facebook), การ บริการซอฟต์แวร์ (เช่น Google Apps, SAP และ Salesforce), Software plus services (เช่น Microsoft Online Services)
4. Platform ในส่วนของนี้ เช่น แพล็ตฟอร์มการให้บริการ, การส่งของแพล็ตฟอร์มคอมพิวเตอร์, บริการ ของโซลูชั่น ทำให้สะดวกกับผู้ใช้บริการ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องราคา การซับซ้อนในการจัดซื้อและการจัดการ ความเข้าใจทางด้าน Layer ของ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ตัวอย่างเช่น เว็บแอพพลิเคชั่นเฟรมเวิร์ก (Python Django (Google App Engine), Ruby on Rails (Heroku), .NET (Azure Services Platform), Web hosting (Mosso), Proprietary (Force.com))
5. Storage แหล่งจัดเก็บข้อมูล จะส่งข้อมูลไปจัดเก็บผ่านทางบริการ ทั้งการบริการทางด้านฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ฐานข้อมูล (Amazon SimpleDB, Google App Engine’s BigTable datastore), เน็ตเวิร์กเชื่อมต่อกับแหล่งจัดเก็บ (MobileMe iDisk, Nirvanix CloudNAS), การซิงก์โครไนต์ (Live Mesh Live Desktop component, MobileMe push functions), เว็บเซอร์วิส (Amazon Simple Storage Services, Nirvanix SDN), การแบ็กอัพ (Backup Direct, Iron Mountain Inc services)6. Infrastructure พื้นฐานของโครงสร้าง Cloud เช่น พื้นฐานของโครงสร้างการบริการ, การส่งไปยังโครงสร้าง คอมพิวเตอร์, สภาพแวดล้อมทั่วไปจะมีรูปแบบเป็นเวอร์ชวลไลเซ ชั่น ตัวอย่างเช่น บริการเต็มรูปแบบ Virtualization (เช่น GoGrid, Skytap), Grid computing (เช่น Sun Grid), Management (เช่น RightScale), Compute (เช่น Amazon Elastic Compute Cloud), แพล็ตฟอร์ม (เช่น Force.com)
บทบาทของ Cloud Computing
Cloud Computing เป็นการ สร้างระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้ ผู้ใช้ไม่ต้องทราบสถานที่ตั้งขอให้มีเครือข่ายที่มีแบนด์วิทธ์พอเพียง เท่านั้น ทำให้เราสามารถย้ายระบบคอมพิวเตอร์ไปก่อสร้างศูนย์ข้อมูลมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ เช่น ราคาที่ดินถูก อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงานราคาถูก เคยมีคนบอกว่าสถานที่ในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์แห่งอนาคตอาจเป็นที่ เย็นๆ เช่น ยุโรปเหนือ หรือ ไอซ์แลนด์ ซึ่งความหนาวเย็นทั้งปี สามารถนำมาระบายความร้อนได้อัตโนมัติและในราคาถูก ระบบจะทำให้เกิดการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีการแบ่งสรรการใช้งานระหว่างผู้ใช้จำนวนมหาศาล ทำให้สามารถออกแบบระบบที่ไม่ต้องเผื่อการใช้งานที่รับงานหนักไว้มากนัก นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มจำนวนเครื่องได้ง่ายเมื่อมีความต้องการสูงขึ้น และทำให้เกิดการแยกกันระหว่างการบำรุงรักษาโครงสร้างด้านระบบคอมพิวเตอร์และ เครือข่ายออกจากการบำรุงรักษาระบบโปรแกรมประยุกต์อย่างชัดเจน ทั้งนี้เป็นผลจากแนวคิดของ Virtualization และ Dynamic Provision นิ่งที่คุมการจัดสรรทรัพยากรไอทีตามความต้องการด้วยนอกจาก นั้นการแยกส่วนของการติดต่อผู้ใช้ออกด้วยเทคโนโลยี web 2.0 ทำให้ผู้ใช้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างระบบน้อยมาก นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการแยกระหว่างการโปรแกรมและระบบที่ใช้รันงาน ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายโปรแกรมไปบนระบบ ผลคือ ความมีเสถียรภาพจะสูงขึ้นเนื่องจากสามารถ รันโปรแกรมหลายชุดและย้ายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่เกิดปัญหาได้ง่ายและ สุดท้ายนี้ แนวคิดนี้ ทำให้เกิดการเช่าซื้อพลังการประมวลผลเป็นการประหยัดการซื้อระบบมาทำงานที่ เกิดไม่บ่อยนัก หรืองานหนักๆที่นานๆจะเกิดขึ้นสักหน
ตัวอย่างธุรกิจที่นำ Cloud Computing ไปใช้งาน
Amazon EC2 (Amazon Elastic Compute Cloud) Amazon EC2 เป็นบริการโฮสคอมพิวเตอร์เสมือน (virtual Machine) ของผู้ใช้และเก็บเงินโดยคิดตามการใช้งาน CPU และ ปริมาณการรับส่งข้อมูล สำหรับข้อมูลต่างๆจะถูกเก็บบน Amazon S3 (Amazon Simple Storage Services) ซึ่งเป็นบริการเก็บข้อมูลซึ่งใช้หลัก การของ cloud computing เช่นกัน สำหรับการใช้งาน ผู้ใช้ต้องสร้างคอมพิวเตอร์เสมือนเรียกว่า AMI (Amazon Machine Language) ขึ้นบนระบบ S3 ซึ่งเป็นส่วนเก็บข้อมูล คอมพิวเตอร์เสมือน AMI นี้จะประกอบไปด้วย ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่เราต้องการใช้งาน ทางอเมซอนได้จัดหาโปรแกรมที่สามารถ สร้างและควบคุม AMI ให้ผู้ใช้ เรียบร้อยแล้ว จากนั้นผู้ใช้ต้อง โหลด AMI ของตนเองไป ยัง Amazon S3 แล้วลงทะเบียนใช้งานกับระบบ EC2 ท้ายที่สุดเมื่อผู้ใช้สั่งให้ AMI ทำงาน ทาง amazon ก็จะเริ่ม เก็บเงินตามอัตราที่กำหนดไว้ การติดต่อกับคอมพิวเตอร์เสมือนที่ทำงานจะทำผ่าน เวปเซอร์วิส โดยใช้ Java เป็นหลัก ตัวอย่าง หนึ่งของการใช้งานเทคโนโลยีของ EC2 คือ การสร้างเวปที่เรียกว่า TimesMachine ซึ่งหนังสือพิมพ์ New York Times ได้ทำไว้โดย ทางหนังสือพิมพ์ได้รวบรวมหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงปี 1851-1922 ที่ แสกนเก็บไว้ นำมาแปลงเป็น PDF ให้สืบค้นได้ ซึ่งเอกสารเหล่านี้มีข่าวที่หน้าสนใจเชิงประวัติศาสตร์จำนวนมาก
Google App Engine Google app เป็นการต่อย อดโดยอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างกลุ่มเสมือนและมีบริการซอฟต์แวร์เช่น อีเมล์ ปฏิทินนัดหมาย การสื่อสารแบบแชท ครบวงจรภายในกลุ่ม นอกจากนั้นยังมีการเปิดให้พัฒนา Google App ที่ทำงานแบบ Web Service บนระบบเมฆของ Googleโดยใช้ API ของ Google app engine อีก ด้วย
ระบบ ประมวลผลกลุ่มเมฆเป็นแนวคิดสำหรับแพลทฟอร์มของระบบคอมพิวเตอร์ในยุคใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ใช้ในการลดภาระด้านการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ทั้งการใช้งานในระดับองค์กรธุรกิจ (Corporate Users) และ ผู้ใช้ระดับส่วนบุคคล (Individual Users) โดยเป็นหลัก การนำทรัพยากรของระบบไอที ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์มาแบ่งปันในรูปแบบการให้บริการ (Software as a Services: SaaS) ในระดับการประมวลผลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดย ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ตลอดจนซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นจำนวนมาก ๆ เพื่อการทำงานที่ซับซ้อน แต่สามารถใช้บริการประมวลผล และแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ จากผู้ให้บริการระบบประมวลผลกลุ่มเมฆ และชำระค่าบริการตามอัตราการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง จะเห็นว่าเทคโนโลยี Cloud Computing มีแนวโน้มของเทคโนโลยีไอทีที่กำลังน่าจับตามอง ที่ทำให้ธุรกิจด้านไอทีมีการขยายตัวได้รวดเร็วอันเนื่องมาจากสถาปัตยกรรมของ Cloud Computing มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไอทีชั้นนำต่างวิจัยและพัฒนา สภาพแวดล้อมของระบบประมวลผลกลุ่มเมฆเพื่อนำเสนอบริการออกสู่ตลาด
แหล่ง อ้างอิง
http://en.wikipedia.org/wiki/Cloud_computing
http://aws.amazon.com/solutions/case-studies/#app
http://javaboom.wordpress.com/2008/07/23/whatiscloudcomputing/
http://lib.blognone.com/Cloud_Computing
http://navarojch.blogspot.com/
http://www.iwisdom.co.th/v15/index.php?option=com_content&view=article&id=909:smes-thailand&catid=57:e-update&Itemid=330
http://www.ecommerce-magazine.com/index.php?option=com_content&task=view&id=2520&Itemid=58
http://www.vcharkarn.com/vblog/38378/1
แหลางที่มา
http://e-werng.exteen.com/20091217/cloud-computing-1
http://e-werng.exteen.com/20091217/cloud-computing-1
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น